Home : Green Story : Food

รู้จัก Super Food

Superfood หรืออาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อช่วยรักษาอาการของโรคต่างๆ ได้ เพราะส่วนประกอบหลักของ Superfood จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และสารอาหารอื่นๆ รวมอยู่ด้วย

รู้จัก Super Food
Superfood หรืออาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อช่วยรักษาอาการของโรคต่างๆ ได้ เพราะส่วนประกอบหลักของ Superfood จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และสารอาหารอื่นๆ รวมอยู่ด้วย โดยอาหารจำพวกนี้ก็ได้แก่ ผัก ผลไม้ และธัญพืช ซึ่งบางตัวเราอาจจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่เคยรู้กันมาก่อนเลยว่ามันเรียกว่า “Superfood หรือเรียกได้ว่า สุดยอดอาหารอุดมไปด้วยสารอาหารหลากชนิด”  (Generali)
 
เราจะพาทัวร์ไปรู้จัก Superfood แต่ละตัวกันนะคะ
 
 
 

เมล็ดเจีย

 เมล็ดเจียเป็นหนึ่งซูเปอร์ฟู้ดที่ได้รับความนิยมสูงสุดชนิดหนึ่ง เนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารมากมายที่มีประโยชน์ต่อทั้งสุขภาพร่างกาย ผิวพรรณและการทำงานของสมอง อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 โปรตีน ไฟเบอร์ สารแอนตี้ออกซิแดนท์ แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี และธาตุเหล็ก คุณประโยชน์ของเมล็ดเจียมีมากมาย อาทิเช่น ช่วยลดคอเลสเตอรอลและระดับไตรกลีเซอไรด์ ลดความดันโลหิต ลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน ช่วยควบคุมน้ำหนักและทำให้ระบบการเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น ป้องกันโรคกระดูกพรุน บำรุงสมองและความจำ ลดการอักเสบ ช่วยลดปัญหาผิวอักเสบและสิวอุดตัน
 
คุณประโยชน์ของเมล็ดเจีย:
  • บำรุงสุขภาพหัวใจ
  • ลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน
  • ช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น
  • ช่วยควบคุมและลดน้ำหนัก
  • ช่วยระบบขับถ่าย
  • บำรุงสมอง และความจำ
  • บำรุงผิวพรรณ
  • ป้องกันโรคกระดูกพรุน

ควินัวขาว

หลายคนอาจสับสนว่าควินัวจัดเป็นธัญพืชเต็มเมล็ดหรือไม่ ที่จริงแล้วควินัวเป็นเมล็ดพืชของต้น Chenopodium Quinoa ที่นิยมปลูกกันในประเทศเปรูและโบลิเวีย ซึ่งควินัวแตกต่างจากธัญพืชอื่น ๆ อย่างข้าวโอ๊ตหรือข้าวบาร์เลย์ที่เป็นเมล็ดพืชตระกูลหญ้า แต่ด้วยวิธีการบริโภคและคุณค่าทางสารอาหารของควินัวที่คล้ายคลึงกับธัญพืชทั่วไปมาก ควินัวจึงถูกจัดอยู่ในธัญพืชประเภทเทียม (Pseudo-Cereal) หรือพืชที่สามารถนำเมล็ดมารับประทานได้เหมือนธัญพืช แต่ไม่ได้จัดอยู่ในประเภทหญ้า
 
สารอาหารสำคัญในควินัว
 
ควินัวอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญหลากชนิด ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการเมื่อเปรียบเทียบกับธัญพืชที่ผ่านกระบวนการขัดสี และมีโปรตีนสูงแต่มีไขมันต่ำ โดยควินัวที่สุกแล้ว 1 ถ้วย จะให้พลังงาน 222 แคลอรี่ คาร์โบไฮเดรต 39 กรัม โปรตีน 8 กรัม ไขมัน 6 กรัม เส้นใยอาหาร 5 กรัม น้ำตาล 1 กรัม และมีสารอาหารสำคัญอื่น ๆ เช่น แมงกานีส แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โฟเลต ทองแดง และธาตุเหล็ก เป็นต้น นอกจากนี้ ควินัวยังปราศจากโปรตีนกลูเตน การเลือกรับประทานควินัวจึงดีต่อสุขภาพและยังเหมาะกับผู้ที่แพ้กลูเตนอีกด้วย
 
ควินัวกับประโยชน์ต่อสุขภาพ
 
นอกจากควินัวจะมีประโยชน์ในเชิงโภชนาการแล้ว การรับประทานควินัวอาจส่งผลดีต่อสุขภาพได้อีกด้วย โดยมีข้อมูลทางการแพทย์บางส่วนที่ศึกษาคุณประโยชน์ด้านต่าง ๆ ของควินัวไว้ ดังนี้
 
ควินัวอาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การรับประทานควินัวอาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานประเภทที่ 2 และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยมีงานวิจัยหนึ่งพบว่า การบริโภคเส้นใยอาหารจากควินัวปริมาณ 16 กรัมต่อวัน อาจช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ นอกจากนั้น งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ทดสอบคุณสมบัติด้านเดียวกันนี้ในหนูทดลองก็พบว่าควินัวอาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและลดผลกระทบอื่น ๆ ที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยดังกล่าวเป็นเพียงการทดลองขนาดเล็ก จึงควรมีการค้นคว้าเพิ่มเติมกับกลุ่มคนจำนวนมากต่อไป เพื่อยืนยันประสิทธิผลดังกล่าวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
 
ควินัวอาจช่วยลดน้ำหนัก ควินัวอาจมีคุณสมบัติช่วยลดน้ำหนักได้ เนื่องจากควินัวมีโปรตีนปริมาณมากเมื่อเปรียบเทียบกับอาหารที่คล้ายคลึงกันอย่างข้าว ข้าวโพด และธัญพืชไม่ขัดสี ซึ่งงานวิจัยหนึ่งพบว่าโปรตีนเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการลดน้ำหนัก โดยจะช่วยกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย ช่วยลดความหิว และอาจช่วยป้องกันการเกิดโรคอ้วนและโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ควินัวยังมีเส้นใยอาหารสูง หากรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูงอย่างควินัวจะช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ดีต่อสุขภาพลำไส้และการขับถ่ายอีกด้วย
 
ควินัวอาจช่วยลดระดับไขมันในเลือด การรับประทานควินัวอาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่เผชิญภาวะไขมันในเลือดสูง โดยมีงานวิจัยที่พบว่าการรับประทานควินัววันละ 50 กรัมติดต่อกันนาน 6 สัปดาห์ อาจช่วยลดระดับไขมันคอเลสเตอรอลรวม คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี และไขมันไตรกลีเซอไรด์ด้วย อย่างไรก็ตาม ระดับไขมันต่าง ๆ ลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และการรับประทานควินัวอาจไปลดระดับของไขมันคอเลสเตอรอลชนิดที่ดีอีกด้วย
 
ควินัวอาจช่วยต้านการอักเสบ มีความเชื่อว่าอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอาจช่วยต้านการอักเสบในร่างกายได้ ซึ่งควินัวก็ขึ้นชื่อว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระสูงเช่นกัน โดยงานวิจัยชิ้นหนึ่งกล่าวว่าสารซาโปนิน (Saponin) ในควินัวมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และอาจช่วยยับยั้งการผลิตสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบของเซลล์ในร่างกายได้ถึง 25-90 เปอร์เซ็นต์

 
วิธีรับประทาน:
-  นำไปหุงเหมือนหุงข้าว หรือนำไปต้มให้สุก โดยสามารถนำไปผสมกับข้าวสวยหรือข้าวกล้องตามความชอบ หรือหุงควินัวล้วนก็ได้ ในอัตราส่วนควินัว 1 ส่วนต่อน้ำ 2 ส่วน     โดยควินัวที่หุงสุกแล้วเม็ดจะฟูขึ้นและเริ่มใส ลักษณะคล้ายเม็ดสาคู จะนิ่มแต่มีความกรุบอยู่       
-  หากชอบนิ่มมาก ให้แช่น้ำก่อนหุง 10 นาที หรือเพิ่มปริมาณน้ำให้มากขึ้น
ควินัวเมื่อสุกแล้ว สามารถรับประทานแทนหรือร่วมกับข้าวสวย หรือนำไปทำเป็นข้าวผัด ใส่ในสลัด หรืออาหารต่างๆ หรือสามารถใส่ในขนม เช่น คุกกี้ มัฟฟิ่น คัพเค้ก
 
 
คุณประโยชน์ของควินัวขาวออร์แกนิค:
  • บำรุงสุขภาพหัวใจ
  • ช่วยลดคอเลสเตอรอล และความดันโลหิต
  • ลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน
  • ช่วยลดและควบคุมน้ำหนัก
  • ช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อ
  • ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง
  • ช่วยในการนอนหลับ
  • บำรุงกระดูกและฟัน

ควินัวผสมสามสี

  ควินัวผสมสามสี ประกอบด้วย สีขาว สีแดง และสีดำ ผสมกันในอัตราส่วน 70:15:15  โดยสีของควินัวที่แตกต่างกัน เกิดจากการเคลือบของซาโปนินในเปลือกนอก หากมีสีเข้มจะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าและมีรสชาติมากกว่าด้วย เปรียบเสมือนข้าวขาวและข้าวกล้อง และยังให้สีสวยงามเมื่อใส่ในอาหารและสลัด นอกจากนี้ในควินัวสีดำ ยังมีสารแอนโทไซยานินที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยป้องกันโรคเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคเบาหวานอีกด้วย 
 
วิธีรับประทาน:
- นำไปหุงเหมือนหุงข้าว หรือนำไปต้มให้สุก โดยสามารถนำไปผสมกับข้าวสวยหรือข้าวกล้องตามความชอบ หรือหุงควินัวล้วนก็ได้ ในอัตราส่วนควินัว 1 ส่วนต่อน้ำ 2 ส่วน โดยควินัวที่หุงสุกแล้วเม็ดจะฟูขึ้นและเริ่มใส ลักษณะคล้ายเม็ดสาคู จะนิ่มแต่มีความกรุบอยู่ หากชอบนิ่มมาก ให้แช่น้ำก่อนหุง 10 นาที หรือเพิ่มปริมาณน้ำให้มากขึ้น
 
- ควินัวเมื่อสุกแล้ว สามารถรับประทานแทนหรือร่วมกับข้าวสวย หรือนำไปทำเป็นข้าวผัด ใส่ในสลัด หรืออาหารต่างๆ หรือสามารถใส่ในขนม เช่น คุกกี้ มัฟฟิ่น คัพเค้ก
 
คุณประโยชน์ของควินัวผสมสามสีออร์แกนิค:
  • บำรุงสุขภาพหัวใจ 
  • ช่วยลดคอเลสเตอรอล และความดันโลหิต
  • ลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน
  • ช่วยลดและควบคุมน้ำหนัก
  • ช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อ
  • ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง
  • ช่วยในการนอนหลับ
  • บำรุงกระดูกและฟัน

เมล็ดแฟลกซ์ (Flax Seed)

เมล็ดแฟลกซ์ แฟลกซ์ซีด (Flax seed) หรือเมล็ดลินิน (Linseed) เป็นแหล่งไฟโตเอสโตรเจนชื่อว่า ลิกนัน (lignan) ซึ่งออกฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจนอย่างอ่อน คอยขัดขวางตัวรับเอสโตรเจนในเซลล์ ทำให้ใม่ได้รับเอสโตรเจนที่กระตุ้นมะเร็ง จึงอาจช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน เช่น มะเร็งที่รังไข่ เต้านม และต่อมลูกหมาก คุณสมบัติอีกข้อหนึ่งที่ช่วยต้านมะเร็งได้ คือ ลิกนันช่วยลดสารประกอบโปรตีนชื่อ ทูเมอร์เนโครซิสแฟกเตอร์ (tumor necrosis factor) ที่ทำให้เกิดการอักเสบ
 
 
หมายเหตุ: เนื่องจากร่างกายไม่สามารถย่อยสลาย และดูดซึมสารอาหารจากเมล็ดแฟลกซ์แบบเต็มเมล็ดได้ จึงควรบดเป็นผงก่อนรับประทาน
 
 
คุณประโยชน์ของเมล็ดแฟลกซ์สีน้ำตาลออร์แกนิค:
  • ช่วยลดคอเลสเตอรอล
  • ช่วยลดความดันโลหิต
  • ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก และโรคมะเร็งลำไส้
  • ป้องกันโรควัยทอง สามารถใช้เป็นฮอร์โมนทดแทนในสตรีวัยหมดประจำเดือน
  • ลดการอักเสบในร่างกาย
  • บำรุงผิวพรรณ เล็บและเส้นผม
  • ช่วยระบบขับถ่าย
 

เมล็ดบัควีท (Buckwheat Groats)

 บัควีท หรือ บักวีต (Buckwheat) คือ เมล็ดธัญพืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารแต่ปราศจากกลูเตน มีโปรตีนและใยอาหารสูง เป็นแหล่งที่ดีของกรดอะมิโน ในอัตราส่วนที่ดีเยี่ยม บัควีทคล้ายข้าวและควินัวแต่มีวิตามินบีสูงกว่า โดยเฉพาะไรโบฟลาวิน (วิตามิน2) และไนอาซิน (วิตามันบี3) บักวีทมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นอาหารในยามขาดแคลนของญี่ปุ่น โดยนิยมนำเมล็ดบักวีทมารับประทานเช่นเดียวกับข้าว เช่น ต้มกับน้ำทำเป็นข้าวต้ม บดเป็นแป้งแล้วมาทำเส้นโซบะ มีการนำเมล็ดบักวีทที่เรียก groat มาปรุงอาหาร แป้งหมี่ที่ทำจากแป้งข้าวบัควีทเป็นอาหารเสริมสุขภาพที่ดีมากอย่างหนึ่ง มีสรรพคุณ “ช่วยเจริญอาหาร กระตุ้นการทำงานของลำไส้และป้องกันหวัด”
 
คุณประโยชน์ของเมล็ดบัควีทออร์แกนิค:
  • ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต
  • ลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน
  • ช่วยป้องกันและบรรเทาโรคหอบหืด โรคภูมิแพ้
  • ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก
  • ต้านการอักเสบ ต้านไวรัส ต้านจุลินทรีย์ 
  • รักษาเส้นเลือดขอด และริดสีดวงทวาร
  • ช่วยล้างพิษ ทำความสะอาดระบบน้ำเหลือง และของเสียจากตับ
  • บำรุงสมองและความจำ
     

วิธีรับประทาน:
- นำไปหุงหรือนึ่งแทนข้าว หรือผสมกับข้าวหรือควินัว - นำไปต้มกับน้ำเพื่อทำเป็นข้าวต้ม - ใส่ในซุปหรือสตูว์ เพื่อเพิ่มรสชาติและสารอาหาร - นำไปบดเป็นแป้ง ใช้ทำเส้นโซบะ หรือเส้นหมี่ หรือใช้เป็นส่วนผสมในการทำขนมหรือของหวานเช่น แพนเค้ก เครป หรือมัฟฟิ่นต่างๆ

ต้นอ่อนข้าวสาลี (Wheatgrass)

 ต้นอ่อนข้าวสาลี  (Wheatgrass) 1 ช้อนชาให้พลังงานเพียง 10-15 แคลอรี่ ไม่มีไขมันหรือคอเลสเตอรอล อุดมไปด้วยวิตามิน กรดอะมิโน 17 ชนิด (ซึ่ง 8 ชนิดเป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้) เอ็นไซม์ และคลอโรฟิลล์ นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยแร่ธาตุจำนวน 98 ชนิดจากทั้งหมด 102 ชนิด อาทิเช่น ฟอสฟอรัส แคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม โพทัสเซียม วีทกราสมีปริมาณวิตามิน A และ C มากกว่าส้มและแครอท และยังอุดมไปด้วยวิตามิน E, K และ B อีกด้วย
 
โดยต้นอ่อนข้าวสาลี  (Wheatgrass) มีสรรพคุณในการเพิ่มเม็ดเลือดแดง ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ช่วยชะลอวัย ช่วยระงับความหิว ช่วยทำความสะอาดเลือด ขจัดกลิ่นตัว และป้องกันมะเร็ง 
 
 
วิธีรับประทาน
 
·       ใช้ปริมาณ 1 ช้อนตวง (7.5 กรัม) โดยนำไปผสมกับน้ำสะอาด ดื่มเป็นชอต หรือผสมในน้ำผักผลไม้ สมูทตี้ โยเกิร์ต นมอัลมอนด์ น้ำเต้าหู้ หรือเครื่องดื่มต่างๆ โดยไม่ผ่านความร้อน (ควรทานขณะท้องว่าง เพื่อการดูดซึมที่ดีที่สุด)
 
 
 
วิธีใช้เพื่อบำรุงผิวพรรณ และเส้นผม
 
·       บำรุงผิวหน้าให้เปล่งปลั่งสดใส - ใช้สำลีชุบน้ำสกัดต้นอ่อนข้าวสาลี มาถูบริเวณผิวหน้าและลำคอ เพื่อขยายหลอดเลือดกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบนใบหน้า ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส
 
·       ลดการอักเสบของสิว ลดรอยแผลเป็น - ใช้น้ำต้นอ่อนข้าวสาลีเทลงในถาดทำน้ำแข็ง แช่แข็งไว้ แล้วนำน้ำแข็งที่ได้มาลูบบริเวณที่เป็นสิว รอยแผลเป็น โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง หรือใช้สำลีชุบน้ำต้นอ่อนข้าวสาลีเช็ดบริเวณแผล หรือใช้ผสมน้ำอุ่นแช่อาบอย่างน้อย 30 นาที
 
·       ฟื้นฟูผิวหนังที่ถูกทำลายจากแสงแดด - ทาน้ำต้นอ่อนข้าวสาลีลงบนผิวหนังทิ้งไว้ซักพักแล้วเช็ดออก
 
·       ลดรังแค ลดผมหงอก – นำน้ำต้นอ่อนข้าวสาลีมานวดหนังศีรษะ ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออก จากนั้นสระผมตามปกติ

ผงผักเคล (Kale powder)

    เคล (Kale) เป็นผักที่คนรักสุขภาพทุกคนต้องรู้จัก และนับเป็นผง superfood ที่ได้รับความนิยมสูงสุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก  นั่นก็เพราะว่าเคลอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ร่ายกายต้องการ แถมยังเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับไดเอททุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นคนทานเจ (vegetarian) เมดิเตอเรเนียนไดเอท (Mediterranean diet) พาลิโอ (Paleo) หรือคีโตจีนิก (Ketogenic) ก็ตาม
 
เคล (Kale) อุดมไปด้วยวิตามิน A, B1, B2, C, K มีไฟเบอร์สูง แคลเซียมสูง (มากกว่านม) มีแคลลอรี่ต่ำ แถมไม่มีไขมัน จึงเหมาะกับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก เพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกายและต้านมะเร็ง เคล (Kale) ได้รับการยอมรับในเรื่องการบำรุงสุขภาพหัวใจ ป้องกันและต่อต้านการอักเสบของเซลล์ แถมยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง ดูอ่อนกว่าวัย นอกจากนี้เคล (Kale) ยังมีธาตุเหล็กสูงมาก (สูงกว่าเนื้อวัว) ซึ่งช่วยบำรุงโลหิต ล้างสารพิษ ดีท็อกซ์ของเสียจากร่างกาย การรับประทาน Organic Kale Powder เพียง 1 ช้อนตวง (7.5 กรัม) จะเทียบเท่าการรับประทานผักเคล 150 กรัม (ความเข้มข้น 20:1) เลยทีเดียว

ผงสาหร่ายสไปรูลิน่า (Spirulina Powder)

 สาหร่ายสไปรูลิน่า หรือที่รู้จักกันว่า สาหร่ายเกลียวทอง เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว จัดอยู่ในกลุ่มสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (Blue-green algae) ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ว่าเป็นแหล่งสารอาหารที่ดีที่สุดแหล่งหนึ่ง และได้รับการประกาศให้เป็น “สุดยอดอาหารสำหรับอนาคต” ในงานประชุมสุดยอดอาหารโลกโดยองค์การสหประชาชาติเมื่อปี 1974 
 
นอกจากนี้ นาซ่ายังใช้สาหร่ายสไปรูลิน่าเป็นส่วนประกอบของอาหารสำหรับนักบินอวกาศในการไปปฏิบัติภารกิจนอกโลกอีกด้วย สาหร่ายสไปรูลิน่าเป็นโปรตีนสมบูรณ์ (Complete Protein) โดยมีโปรตีนสูงถึง 60-70 % ของน้ำหนักแห้ง มีกรดอะมิโนมากถึง 18 ชนิด สาหร่ายสไปรูลิน่าอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก เบต้าแคโรทีน คลอโรฟิลล์ สารต้านอนุมูลอิสระ และกรดไขมันโอเมก้า 3 & 6 ควบคู่ไปกับแคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม ทองแดง และฟอสฟอรัส นอกจากนี้ ยังมีวิตามินบี5 บี1 บี2 บี3 บี12 และวิตามินอี 
 
อีกทั้งว่ากันว่ามีสรรพคุณต่อต้านการอักเสบเป็นรองแค่น้ำนมของมนุษย์เท่านั้น นอกจากนี้ สไปรูลิน่ามีผนังเซลล์ที่นิ่ม อ่อนบาง จึงดูดซึมและย่อยง่ายกว่าสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินชนิดอื่นๆ ซึ่งมีผนังเป็นเซลลูโลส ทำให้ย่อยยากและดูดซึมยากกว่า
 
 
คุณประโยชน์ของผงสาหร่ายสไปรูลิน่าออร์แกนิค:
  • เพิ่มพลังงาน และความแข็งแกร่ง
  • ลดอาการอ่อนเพลีย
  • ลดคอเลสเตอรอล และลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ
  • เพิ่มภูมิคุ้มกัน และป้องกันภูมิแพ้
  • ช่วยล้างสารพิษในลำไส้
  • ลดอาการอักเสบ
  • ลดอาการเมาค้างจากการดื่มสุรา
 
วิธีรับประทาน:
นำไปผสมในสมูทตี้ โยเกิร์ต นมอัลมอนด์ น้ำเต้าหู้ หรือเครื่องดื่มต่างๆ หรือใส่ในซีเรียล โอ๊ตมีล

เมล็ดทานตะวัน (Sunflower Kernels)

  เมล็ดทานตะวันเป็นแหล่งโปรตีนที่ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้เป็นอย่างดี โปรตีนจากเมล็ดทานตะวันก็มีคุณค่าสูงกว่าโปรตีนจากพืชอื่นๆ เช่น ถั่วเหลือง หรือถั่วลิสง เมื่อนำเมล็ดทานตะวันมาบดจะได้แป้งสีขาว มีไขมันสูงและมีโปรตีนมากกว่าร้อยละ 50 ของปริมาณแป้ง นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็กสูงไม่แพ้ธาตุเหล็กที่ได้จากไข่แดงหรือตับของสัตว์อีกด้วย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ
 
เมล็ดทานตะวันมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ประกอบด้วยโปรตีน 22-23% น้ำมัน 22-40%, ธาตุเหล็ก, แคลเซียม, ฟอสฟอรัส, วิตามินเอ, เค, บี2, ดี, ซี, และวิตามินอี กรดไขมันอิ่มตัวที่พบในเมล็ดทานตะวันไม่มีคอเลสเตอรอล แต่กลับช่วยดึงเอาคอเลสเตอรอลชนิดเลวในร่างกายมาใช้ให้เกิดประโยชน์ จึงช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด  
 
ปัจจุบันแพทย์ยอมรับว่าการผสมเมล็ดทานตะวันในอัตราส่วนที่เหมาะสมลงในอาหารจะสามารถรักษาโรคบางชนิดได้ เช่น ไอ หวัด หลอดลมอักเสบ ช่องคลอดอักเสบ โรคติดเชื้อในปอด และโรคเกี่ยวกับโลหิตต่างๆ
 
 
คุณประโยชน์ของเมล็ดทานตะวันกะเทาะเปลือกออร์แกนิค:
  • ช่วยในการทำงานของหัวใจ
  • ช่วยลดความดันโลหิต
  • ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด
  • ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
  • บำรุงผิวพรรณ และเส้นผม
  • ช่วยระบบไหลเวียนโลหิต
  • บำรุงระบบสืบพันธุ์ ป้องกันการเป็นหมัน ภาวะมีบุตรยาก 

     
วิธีรับประทาน: 
รับประทานเป็นขนมขบเคี้ยว
ใส่ในโยเกิร์ต กราโนล่า ซีเรียล หรือโอ๊ตมีล
นำไปปรุงอาหาร โดยใส่ในสลัด ยำ ข้าวอบ หรือใช้เป็นส่วนผสมในการทำขนม คุกกี้ เบเกอรี่ มัฟฟิ่น ขนมปังต่างๆ

ผงหญ้าอัลฟาฟ่า (Alfalfa grass powder)

 อัลฟาฟ่า (Alfalfa) เป็นพืชจำพวกตระกูลถั่วที่มีฝัก เจริญเติบโตได้ดีในแทบทุกสภาพอากาศทั่วโลก โดยรากของอัลฟัลฟา (Alfalfa) สามารถชอนไชลงไปในดินได้ลึกกว่า 130 ฟุต จึงมีประสิทธิภาพในการดูดซึมแร่ธาตุอาหารได้มากกว่าพืชชนิดอื่นๆ โดยไม่สะสมสารพิษ ชาวอาหรับโบราณให้การยอมรับว่า “อัลฟัลฟา (Alfalfa)” เป็นพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูง มามากว่า 2,000 ปีก่อนคริสตกาล จึงขนานนาม อัลฟัลฟา (Alfalfa) ให้เป็น “ราชาแห่งอาหารทั้งมวล” หรือบิดาของอาหารทุกชนิด (Father of All Foods)
 
 
อัลฟัลฟ่ามีสารอาหารสำคัญอยู่หลายกลุ่ม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น เช่น สารในกลุ่มอโซฟลาโวนอยด์ (isoflavonoids) สารในกลุ่มซาโปนิน (Saponins) สารในกลุ่มสเตียรอยด์ (Steroids) รวมไปถึงสารในองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น คาร์โบไอเดรต โปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ เกลือแร่ เอนไซม์หลัก 8 ชนิด และกรดอะมิโนจำเป็นทั้ง 8 ชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ เนื่องจากอัลฟัลฟ่าเป็นพืชที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุอย่างหลากหลายและครบถ้วน มันจึงมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ และผู้รักสุขภาพทุกคน
 

ผงสาหร่ายคลอเรลลา (Chlorella powder)

  สาหร่ายคลอเรลลา (Chlorella) เป็นสาหร่ายเซลล์เดียวสีเขียวที่พบในน้ำจืด โดยคลอเรลลาประกอบด้วยสารคลอโรฟีลล์ในปริมาณที่สูงกว่าพืชชนิดอื่น ซึ่งมีส่วนประกอบอันเปี่ยมด้วยคุณค่าอาหารและมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก จากการวิจัยขององค์การอวกาศรัสเซียพบว่า สาหร่ายคลอเรลลาสามารถเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้กลายเป็นก๊าซออกซิเจนได้ในทันที โดยจากการศึกษาวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นพบว่า คลอเรลลาเป็นแหล่งอาหารเสริมจากธรรมชาติที่ทรงคุณค่าครบถ้วน ช่วยเสริมสร้างสุขภาพ ป้องกันและขับสารพิษโลหะหนักส่วนเกินออกจากร่างกาย  เหมาะสำหรับการดำรงชีวิตที่ต้องอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมเป็นพิษในปัจจุบัน โดยสาเหตุของการได้รับโลหะหนักเข้าร่างกายในปริมาณที่มากเกินไป เกิดได้จากการได้รับมลพิษทางอากาศ (เช่น ฝุ่น PM 2.5 ที่นำพาโลหะหนักอย่าง ปรอท แคดเมียม ตะกั่ว มาด้วย) หรือการรับประทานอาหารทะเล หรือผักผลไม้ ซึ่งมีสารพิษและโลหะหนักเจือปน
 
แต่การรับประทานสาหร่ายคลอเรลลาโดยตรงจะไม่สามารถทำให้ร่างกายได้สารอาหารที่อยู่ในคลอเรลลาได้ เพราะคลอเรลลามีผนังเซลล์ที่แข็ง (Hard Cell Wall) เกินกว่าลำไส้มนุษย์จะย่อยได้ ดังนั้นการรับประทานคลอเรลลาให้ได้ผล จึงต้องเป็นคลอเรลลาที่ผ่านการแตกผนังเซลล์แล้ว (Broken Cell Chlorella) เท่านั้น เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารที่อยู่ในเซลล์คลอเรลลาได้ โดยการรับประทานสาหร่ายคลอเรลล่าผงของ Rawganiq ในปริมาณ 1 ช้อนตวง (7.5 กรัม) จะเทียบเท่าการทานคลอเรลลาแบบเม็ด (500mg) จำนวน 15 เม็ดเลยทีเดียว

ผงใบอ่อนข้าวบาร์เลย์ (Barley Grass Powder)

ผงใบอ่อนข้าวบาร์เลย์ (Barley Grass Powder) หรือผงหญ้าข้าวบาร์เลย์ ทำมาจากส่วนใบของต้นข้าวบาร์เลย์ ที่ถูกเก็บเกี่ยวระหว่างที่ยังเป็นใบอ่อนก่อนที่เมล็ดข้าวบาร์เลย์จะงอก โดยส่วนของใบอ่อนนี้อุดมไปด้วยคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) และสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) อาทิเช่น ลูโทนาริน และซาโปนาริน นอกจากนี้ยังมีสารกาบา (Gamma-Aminobutyric Acid) กรดเฟอรูลิก (Ferulic Acid) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง รวมไปถึงวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) วิตามินบี 3 (ไนอาซิน) วิตามินบี 6 วิตามินซี วิตามินอี (Alpha-Tocopherol) และวิตามินเค (Phylloquinone) นอกจากนี้ยังมีอิเล็กโทรไลต์มากมาย เช่น แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม รวมไปถึงแร่ธาตุที่จำเป็นอื่น ๆ เช่น สังกะสี เหล็ก และแคลเซียม (สูงกว่าแคลเซียมในนม 11 เท่า) ด้วยสารอาหารที่มากมายนี้เอง จึงทำให้ใบอ่อนข้าวบาร์เลย์ (Barley Grass) ได้รับความนิยมในการนำไปเป็นส่วนผสมในน้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพทั่วโลก

โกจิเบอร์รี่ (Goji Berry)

 โกจิเบอร์รี่ (Goji Berry) หรือ Wolfberry หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า เก๋ากี้ เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิด ในประเทศที่อยู่ตามแนวเทือกเขาหิมาลัย เช่น ประเทศจีน มองโกเลีย และทิเบต เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งในตระกูลเบอร์รี่ ส่วนที่นำมารับประทาน คือผลที่ผ่านการทำให้แห้ง (dehydration) เพื่อลดความชื้น ในทวีปเอเชียเชื่อกันว่าโกจิเบอร์รี่ เป็นยาอายุวัฒนะอย่างหนึ่ง โดยถูกนำมาใช้ในการแพทย์แผนจีนมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว 
 
ผลโกจิเบอร์รี่จะมีสีแดงอมส้ม อุดมไปด้วย ธาตุเหล็ก โปรตีน ไฟเบอร์  วิตามินเอ สังกะสี แคลเซียม วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินอี  สารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ และกรดอะมิโนจำเป็น 8 ชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ได้ และมีวิตามินซีสูงกว่าส้ม 500 เท่า โกจิเบอร์รี่มีสรรพคุณหลากหลาย จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ซูเปอร์ฟรุต (Super fruit)”
สมัครสมาชิก

รับคะแนนสะสม Green Bonus ตามยอดซื้อ

ทำไมต้องเป็นสมาชิก?

ข้อมูลบริการ

GreenShopCafe.com ร้านสินค้าสุขภาพออนไลน์ ภายใต้แนวคิด "สินค้าสุขภาพ ออร์แกนิค ธรรมชาติ ปลอดเคมีอันตราย นวัตกรรม เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม"

จากแบรนด์ดีๆ มากมายหลายหลาก เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ที่ใส่ใจและเลือกสรรแต่สิ่งดีมีคุณภาพสำหรับตัวเองและครอบครัว

จ่ายผ่านบัตรบนระบบของ KTC ปลอดภัย 100%

GreenShopCafe ใช้ระบบตัดบัตรเครดิต KTC PayGate ของ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTC) ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยระดับสากล การระบุข้อมูลบัตรที่จะกระทำบนระบบเซอร์เวอร์ของ KTC PayGate จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยสูงสุด และ GreenShopCafe ไม่เก็บเลขบัตรและข้อมูลบัตรเครดิตลูกค้าทั้งสิ้น

Credit Card Accept & Payment Gateway support by KTC PCL
© กรีนช็อปคาเฟ่ GreenShopCafe.com สงวนลิขสิทธิ์